SEO Topical Map คือแผนที่ที่จะช่วยกำหนดกลยุทธ์เนื้อหาของเว็บไซต์คุณ หน้าที่หลักของมันคือการจัดระเบียบเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มีลำดับชั้นที่ชัดเจนของหัวข้อและหัวข้อย่อย ยกตัวอย่างเช่น ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้น หรือ บอกเครื่องมือค้นหาว่าเนื้อหาของคุณครอบคลุมหัวข้ออย่างครบถ้วน เป็นต้น
ลองมาดูวิธีทำ SEO Topical Map คร่าวๆ ว่าเป็นประมาณไหนครับ

1. ระบุหัวข้อหลักของเว็บไซต์คุณ
- เว็บไซต์ของคุณมุ่งเน้นไปที่อะไรเป็นหลัก (ให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้)
- คุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักในเรื่องใด หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านไหน
- หัวข้อหลัก หรือธีม ที่เชื่อมโยงเนื้อหาทั้งหมดของคุณเข้าด้วยกัน
- ข้อจำกัดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณมีขอบเขตที่ชัดเจน
2. กำหนดหัวข้อรองและหัวข้อย่อยที่เกี่ยวข้อง
ค้นหาความคิดเกี่ยวกับหัวข้อรองและหัวข้อย่อยที่เกี่ยวข้อง เพื่อครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ของหัวข้อหลักของคุณ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของ Topical Map ของคุณ และคุณสามารถใช้แหล่งข้อมูลหลายแห่งเพื่อช่วยรวบรวมไอเดียสำหรับหัวข้อต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ChatGPT คุณสามารถสร้างแผนที่หัวข้อที่มีไอเดียมากกว่า 400 รายการโดยใช้คำถามง่ายๆ สองสามคำถาม หรือ Google เช่นการเติมคำอัตโนมัติ, การค้นหาที่เกี่ยวข้องครับ
- ค้นหาหัวข้อรองและหัวข้อย่อย ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหลัก
- ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ของหัวข้อหลัก เพื่อสร้างพื้นฐานสำหรับแผนที่หัวข้อ (Topical Map)
- ใช้ แหล่งข้อมูลหลายแห่ง เช่น ChatGPT, Google (เติมคำอัตโนมัติ, คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง)
- สร้างแผนที่หัวข้อ ที่มีไอเดียมากกว่า 400 รายการจากคำถามง่ายๆ

3. ตรวจสอบความเกี่ยวข้องของแต่ละหัวข้อกับแบรนด์
ต้องตรวจสอบให้ดีว่าไอเดียจำนวนมากที่เราได้รวบรวมมา แต่ละหัวข้อจะมีประโยชน์ต่อธุรกิจของเราหรือไม่ เพื่อให้กระบวนการนี้ได้ผล ต้องเลือกอย่างระมัดระวัง อย่ารวบรวมไอเดียทุกอย่างมารวมกันทั้งหมด
4. ตรวจสอบผู้เข้าชมของแต่ละหัวข้อย่อย
นอกเหนือจากความเกี่ยวข้องกับแบรนด์แล้ว ทุกหัวข้อยังต้องมีศักยภาพในการดึงดูดการเข้าชมที่ดีด้วย หากไม่มีคุณอาจเสี่ยงที่จะสร้างเนื้อหาที่ไม่มีคนสนใจ ลองเอาหัวข้อไปค้นหาไอเดียเพิ่มเติมได้ที่ Ahrefs Keyword Idea

5. สรุปหัวข้อที่คุณจะเลือก
สรุปรายการหัวข้อที่รองรับและหัวข้อย่อยที่คุณจะเลือกในแผนการเนื้อหาของคุณ ให้พิจารณาดังนี้
- ความเกี่ยวข้องกับแบรนด์
- ศักยภาพทางธุรกิจ
- ปริมาณการค้นหาทั้งหมด
- ศักยภาพในการดึงดูดการเข้าชม
ถ้าหัวข้อย่อยที่เลือกมามีปริมาณการค้นหาที่สูง แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ก็ควรลบออกไปครับ
6. จับคู่หน้าปัจจุบันและหน้าที่จะทำใหม่กับแต่ละหัวข้อ
หากคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว การจับคู่หน้าปัจจุบันของคุณกับแผนที่หัวข้อเป็นวิธีที่ดี ที่จะช่วยให้คุณเห็นว่าหัวข้อใดที่ยังไม่ได้ครอบคลุม หรือยังไม่ได้ทำ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนเนื้อหาใหม่ได้ง่ายขึ้น การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเนื้อหาที่มีอยู่และเนื้อหาที่ต้องการสร้างใหม่ เพื่อให้แผนการเนื้อหาของคุณสมบูรณ์และมีความสอดคล้องกัน
7. วางแผนงานในเครื่องมือการจัดการของคุณ
แผนนี้จะทำให้คุณมีงานที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหามากมาย ยกตัวอย่างเช่น
- การสร้าง Pillar Pages สำหรับหัวข้อรองใหม่
- การสร้างบทความสำหรับหัวข้อย่อยใหม่
- การอัพเดทหน้าที่มีอยู่เพื่อเจาะเนื้อหาให้ลึกเข้าไปในแต่ละหัวข้อ
- การรวมหน้าเว็บหรือแยกหน้าเว็บที่มุ่งเป้าไปที่หลายๆ หัวข้อ
- การเชื่อมโยงภายในระหว่างบทความทั้งหมดใน Topic Hub (Internal Linking)
สรุป
SEO Topical Map คือการจัดระเบียบกลยุทธ์เนื้อหาของเว็บไซต์โดยการกำหนดหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยที่เชื่อมโยงกัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้และเครื่องมือค้นหาสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายและครบถ้วน ในการสร้างแผนนี้ต้องเริ่มจากการระบุหัวข้อหลักของเว็บไซต์, ค้นหาหัวข้อรองและย่อยที่เกี่ยวข้อง, ตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับแบรนด์และศักยภาพการเข้าชม, และเลือกหัวข้อที่มีความสำคัญทางธุรกิจและมีศักยภาพในการดึงดูดผู้ชม จากนั้นจับคู่หน้าที่มีอยู่และหน้าที่จะสร้างใหม่ตามหัวข้อ และวางแผนการทำงานที่เกี่ยวข้องในเครื่องมือการจัดการโครงการเพื่อให้เนื้อหามีความสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ